“ราชันชุดขาว” เปิดรังถล่ม “โซเซียดัด” 4-1 ทิ้งห่าง “เซบีญ่า” 8 คะแนน

“ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด คว้าแต้มหนีห่าง “เดอะไวท์-เรด” สโมสรฟุตบอลเซบีญ่า รองจ่าฝูงไปไกลลิบถึง 8 คะแนน หลังเปิดบ้านถล่ม “สโมสรฟุตบอลโซเซียดัด” ไม่ยั้งไปด้วยสกอร์ 4-1 สำหรับ “ราชันชุดขาว” ไม่ท้อแม้โดนยิงขึ้นนำก่อน ด้วยการยิงแซง 4 ประตูรวด คว้า 3 คะแนน ไปครองได้สำเร็จ

ฟุตบอลศึกลา ลีกา สเปน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เป็นการพบกันระหว่าง “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ที่เปิดสนามซานติอาโก้ เบร์นาเบว ต้อนรับการมาเยือนของ “เดอะไวท์-บลู” เรอัล โซเซียดัด

 

“ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ทีมจ่าฝูง เครื่องยังแรงต่อเนื่อง เปิดรังเหย้าไล่ถล่ม “เดอะไวท์-บลู” เรอัล โซเซียดัด หมดสภาพ 4-1 “ราชันชุดขาว” ขาดตัว “โทนี่ โครส” ที่บาดเจ็บ และได้ส่งตัว “เอดูอาร์โด้ คามาวิงก้า” ได้ลงสนามลุยแดนกลาง พร้อมส่งตัวแนวรุกนำโดย “คาริม เบนเซ่า” ในขณะที่ “เดอะไวท์-บลู” ส่งตัว “อเล็กซานเดอร์ อีซัค” เล่นเกมในแนวรุกร่วมกับ “มิเกล โอยาร์ซาบาล”

 

สำหรับทางด้าน “ราชันชุดขาว” ทีมเจ้าบ้านเลือกใช้แผนในระบบ 4-3-3 วางตัว วินิซิอุส จูเนียร์, คาริม เบนเซม่า, โรดรีโก้ เป็นสามประสานในเกมแนวรุก

ส่วนทางด้าน “เดอะไวท์-บลู” ทีมผู้มาเยือนจัดทีมมาในระบบ 3-4-2-1 โดยมีนักเตะอย่าง มิเกล โอยาร์ซาบัล, ดาบิด ซิลบา คอยปั้นเกมในแนวรุกให้ อเล็กซานเดอร์ อิซัค ล่าประตูชัย

 

เปิดเกมการแข่งขันที่สนามซานติอาโก้ เบร์นาเบว เริ่มเกมในครึ่งแรก มาได้เพียงแค่ 10 นาที “เดอะไวท์-บลู” ออกตัวทำประตูชัยขึ้นนำก่อนอย่างรวดเร็ว หลังจากได้จุดโทษในจังหวะที่ ดาบิด ซิลบา โดน ดาเนียล การ์บาฆาล เตะโดนข้อเท้าล้มลงในเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษ และเป็น มิเกล โอยาร์ซาบาล ที่รับหน้าที่ยิงผ่านมือ ติโบต์ กูร์กตัวส์ เข้าไปไม่เหลือ ทำให้ทีมผู้มาเยือนขึ้นนำ 1-0

 

ต่อมาเป็นทางฝั่ง “ราชันชุดขาว” ทีมเจ้าบ้าน ตามตีเสมอ 1-1 ได้สำเร็จ ในนาทีที่ 40 จังหวะที่ ลูก้า โมดริช ส่งลูกบอลจากขวาเข้ากลางส่งให้ เอดูอาร์โด้ คามาวิงก้า จับด้วยซ้ายแล้วยิงเต็มเหนี่ยวไกลระยะราว 30 หลา ลูกบอลพุ่งเข้าประตูชัยไม่พลาดอย่างงามเลยทีเดียว

 

ถัดมาได้เพียงแต่ 3 นาที ประตูชัยสุดสวยเกิดขึ้นอีกครั้ง ในนาทีที่ 43 “ราชันชุดขาว” ทีมเจ้าบ้านพลิกแซงขึ้นนำ จากจังหวะที่ คาริม เบนเซม่า ส่งลูกบอลให้ ลูก้า โมดริช ซัดไกลด้วยซ้ายตุงเข้าประตูชัย ทำให้ “ราชันชุดขาว” สกอร์ขึ้นนำเป็น 2-1 และจบเกมในครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

 

กลับมาลุ้นกันต่อในเกมครึ่งหลัง ผ่านมาจนถึงนาทีที่ 55 “ราชันชุดขาว” ได้ลุ้นจาก จังหวะฟรีคิกหน้าเขตโทษของ กาเซมีโร่ เตะเต็มหลังเท้าขวา พุ่งหา อเล็กซ์ เรมีโร่ นายประตู “เดอะไวท์-บลู” ไม่กล้ารับลูกบอล ต้องปล่อยทิ้งออกไป

 

ต่อมาครั้ง “ราชันชุดขาว” ส่งลูกบอลตุงตาข่ายได้อีกครั้ง ในนาทีที่ 68 จังหวะที่ วินิซิอุส จูเนียร์ จะตอกส้นส่งให้เพื่อนแต่ลูกบอลดันเด้งโดนสองผู้เล่นของทีมเยือน ก่อนเข้าทาง คาริม เบนเซม่า ซัดเน้นๆ เข้าประตูไม่เหลือ แต่ทว่ามีการเช็กวีเออาร์ พบว่า โรดริโก้ แนวรุกของ “ราชันชุดขาว” ล้ำหน้า จึงถูกริบประตูคืน อย่างน่าเสียดาย

 

อย่างไรก็ตาม ต่อมาในนาทีที่ 76 “ราชันชุดขาว” ได้ประตูชัยหนีห่างอีกครั้ง จากการได้จุดโทษ หลังผู้ตัดสินเช็กวีเออาร์ ยืนยันว่า วินิซิอุส โดน อาริตซ์ เอลูสตอนโด้ ทำฟาวล์ในเขตโทษ ก่อนที่ คาริม เบนเซม่า จะสังหารซัดลูกบอลเข้าประตูชัยไปแบบไม่พลาด ทำให้ “ราชันชุดขาว” หนีห่างด้วยสกอร์ 3-1

 

ถัดมา “ราชันชุดขาว” ได้ทำประตูชัยอีกครั้ง ในนาทีที่ 79 จากจังหวะที่ ดาเนียล การ์บาฆาล เลี้ยงลูกบอลไปสุดเส้นแล้ว ส่งย้อนกลับมาให้ตัวสำรองอย่าง มาร์โก อาเซนซิโอ แบบนิ่มๆ ยิงซัดด้วยซ้ายในระยะ 10 หลา ลูกบอลแฉลบถูงผู้เล่นทีมมาเยือนเล็กน้อย ก่อนที่จะพุ่งเข้าประตูชัยไป ทำให้สกอร์ขยับขึ้นมาเป็น 4-1

 

จากนั้น จบเกมใน 90 นาที “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด เปิดบ้านเอาชนะ “เดอะไวท์-บลู” เรอัล โซเซียดัด ไปด้วยสกอร์ 4-1 เก็บคะแนนเพิ่มเป็น 63 คะแนน ทิ้งห่าง สโมสรฟุตบอลเซบีญ่า ถึง 8 คะแนนจากการลงเล่น 27 เกมเท่ากัน และเป็นการเรียกความมั่นใจก่อนทำศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีม เกมสองดวลกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในวันพุธที่ 9 มีนาคมนี้

 

เกมนี้ “เดอะไวท์-บลู” เรอัล โซเซียดัด ช็อกอย่างหลัก หลังจากแซงเจ้าถิ่นด้วยการออกตัวขึ้นนำก่อน 1-0 จากการสังหารจุดโทษของ มิเกล โอยาซาบาล แต่ทว่าหลังจากนั้น “ราชันชุดขาว” รัวคืน 4 ประตูรวด เลยแพ้พ่ายไปอย่างน่าเจ็บใจเลยทีเดียว

 

จากชัยชนะครั้งนี้ทำให้ “ราชันชุดขาว” มี 63 คะแนน นำโด่งเป็นจ่าฝูง ส่วน “ลา เรอัล” มี 44 คะแนนรั้งอันดับ 6 ในขณะที่ “เดอะไวท์-บลู” เรอัล โซเซียดัด ทีมผู้มาเยือนมี 47 คะแนนเท่าเดิม อยู่อันดับที่ 3